องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

.

เลย
27.ม.ค..2556
Rate this item
(1 Vote)

ความเป็นมา

 

คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางศึกษาดูงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2546 ต่อมามีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยว เพื่อศึกษาการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง และเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2547 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางตรวจราชการพื้นที่จังหวัดเลย และสั่งการให้ทำการศึกษาการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้แต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อทบทวนการศึกษาโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ซึ่งมีผู้อำนวยการ อพท. ร่วมเป็นคณะทำงาน และได้มอบหมาย อพท. รวบรวมผลการศึกษาเรื่องนี้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยว คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ

อพท. ได้จัดทำร่างรายงานการทบทวนโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง และนำเสนอคณะทำงานฯ เมื่อวันที่ 19 ตุลาตม 2547 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ และนำเสนอคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยว และคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ซึ่งได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 และ 28 พฤศจิกายน 2547 ตามลำดับ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว จึงได้ทำหนังสือกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สรุปเรื่องโครงการพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภูกระดึงและเส้นทางที่เหมาะสมในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2548 ได้ให้ข้อแนะนำการเลือกเส้นทางการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงไม่ให้มีผลกระทบเส้นทางเดินเท้าเดิม และสภาพป่าอุทยานแห่งชาติ ต่อมาเดือนมกราคม 2549 การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาเพิ่มเติมด้านผลกระทบจากการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขณะนั้น จวบจนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนการปรับปรุงการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2550 – 2551 ตามที่ อพท. เสนอ ซึ่งตามแผนดังกล่าวไม่มีพื้นที่ท่องเที่ยวภูกระดึงจังหวัดเลยรวมอยู่ด้วย

เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคบริการและการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร จึงได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดเลย โดยเชิญผู้แทน อพท. เดินทางไปศึกษาสำรวจพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมจัดให้มีการประชุมสัมมนาการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อย่างมีประสิทธิภาพของจังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2552 ผู้ร่วมประชุมสัมมนาประกอบด้วยผู้แทนภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้องและชุมชนท้องถิ่น ต่อมาการประชุมคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2552 ได้เชิญผู้แทนจังหวัดเลย ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย และผู้แทน อพท. เข้าร่วมประชุม โดยผู้แทน อพท. ได้ประมวลผลจากการศึกษาสำรวจพื้นที่และจัดทำกรอบแนวคิดนำเสนอต่อที่ประชุม และที่ประชุมมีมติให้การสนับสนุนการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดเลย ในการนี้ จังหวัดเลยจึงได้ประสานความร่วมมือกับ อพท. ศึกษาความเหมาะสมการประกาศพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย พร้อมมอบหมายมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย สำรวจความคิดเห็นของประชาชนจังหวัดเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย เพื่อประมวลเสนอ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2554 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษของพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดเลย ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษในราชกิจจานุเบกษา

การศึกษาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ

การศึกษาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดเลย ประกอบด้วย

    • ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดเลย ได้แก่ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ สภาพสังคม เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
    • ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจังหวัดเลย ได้แก่ ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลายของจังหวัด เลย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเทศการ ประเพณี และสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเลย
    • ประเด็นปัญหาการท่องเที่ยวจังหวัดเลย
    • ยุทธศาสตร์การบูรณาการโครงข่ายการท่องเที่ยว โดยการกำหนดเป้าหมาย ประเด็นยุทธศาสตร์ และการบูรณาการกลุ่มพื้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว
    • การดำเนินการประกาศพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย จะต้อง
      1. ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจังหวัดเลย ผลการสำรวจและการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจังหวัดเลยเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดเลย ทั้งระดับอำเภอและจังหวัด จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 5,143 คน สรุปผลการสำรวจ คือ มีผู้เห็นด้วยกับการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดเลย จำนวน 5,062 คน คิดเป็นร้อยละ 98.43 มีผู้ไม่เห็นด้วย 49 คน คิดเป็นร้อยละ 0.95 และผู้ไม่แสดงความคิดเห็น จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 0.62
      2. กำหนดขอบเขตพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย การประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนครอบคลุมแนวเขตพื้นที่จังหวัดเลย รวมเนื้อที่ 7,193.01 ตารางกิโลเมตร หรือ 4.495,645.28 ไร่ ซึ่งประ
      3. กอบด้วย อำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน อำเภอท่าลี่ อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้ว อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอภูหลวง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
    • ผลจากการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย เป็นที่คาดหวังว่าพื้นที่พิเศษจังหวัดเลยจะได้รับการบริหารการพัฒนาตามหลักพื้นฐานการพัฒนา 3 องค์ประกอบหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

         พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดเลย ประกาศเป็นพื้นที่พิเศษในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 หน้า 20 เล่ม 128 ตอนพิเศษ 81 ง

(ดาวน์โหลดไฟล์ราชกิจจานุเบกษา)

 

เอกสารประกอบ

Read 6711 times
unwto link main01 ecotourism gstcouncil
lowcarbon creativetourism dastaarea1 dastaarea3
dastaarea4 dastaarea5 dastaarea6 dastaarea7

 

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 

๑๑๘/๑ อาคารทิปโก้ ชั้น ๓๑ ถนนพระราม ๖ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐

โทรศัพท์ : ๐ ๒๓๕๗ ๓๕๘๐-๗

โทรสาร : ๐ ๒๓๕๗ ๓๕๙๙ 

อีเมล : contact@dasta.or.th

Template Settings

Color

For each color, the params below will be given default values
Blue Dark_Blue Cyan Purple Green Tomato Yellow

Body

Background Color
Text Color

Spotlight10

Background Color

Footer

Note: Layout Contact-Us is applied only for menu Contact Us and menu About Us.
Select menu
Google Font
Body Font-size
Body Font-family
Direction