องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

.

คำแถลงนโยบายการบริหารงาน อพท.
21.ธ.ค..2559
Rate this item
(0 votes)

gd dasta

คำแถลงนโยบายการบริหารงาน อพท. ปี ๒๕๕๙
พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท
ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อพท. มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จวบจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า ๑๓ ปีแล้วที่ อพท. ได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนทุกภาคีการพัฒนาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในเชิงบูรณาการ โดยกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ และประสานงานกับท้องถิ่น หรือพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว และพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวให้มีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมแบบ Co - Creation “ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับผลประโยชน์” การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Low Carbon Tourism)  การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) และการดำเนินงานกับภาคีเครือข่ายการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศในพื้นที่พิเศษทั้ง ๖ แห่ง ได้แก่ พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง พื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร พื้นที่พิเศษเลย พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน และพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ภายใต้กรอบการบริหารจัดการตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria) หรือ GSTC ขององค์การการท่องเที่ยวโลก (United Nations World Tourism Organization: UNWTO) ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของภูมิภาค และสิ่งที่ อพท. ให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือ การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ช่วยให้เกิดการจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่แห่งท้องถิ่นให้ดีขึ้น ซึ่งความท้าทายของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือ การทำให้เกิดความมั่นใจว่ารายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวนั้นจะกระจายไปถึงระดับชุมชน และส่งผลให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตและระดับความอยู่ดีมีสุขที่ดี อันเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ 

สำหรับปี ๒๕๕๙ อพท. ยังคงมุ่งเน้นดำเนินงานการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อสนองตอบต่อนโยบายรัฐบาล “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ผ่านการกระจายงบประมาณเพื่อดำเนินงาน/โครงการต่างๆ (งบพัฒนา) เป็นเงินจำนวน ๒๘๘.๘๔๖๐ ล้านบาท ซึ่งไม่รวมงบรายจ่ายขั้นต่ำ และในฐานะหน่วยงานของรัฐซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษ มีพันธกิจในการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของท้องถิ่นให้ดีขึ้น โดยขับเคลื่อนผ่านนโยบาย Communities Benefitting Through Tourism (CBTT) ซึ่งมิได้เพียงส่งเสริมให้ภาคการท่องเที่ยวรวมถึงประชาคมในพื้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการร่วมรับผลประโยชน์ของชุมชนเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวและการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมและสมดุลด้วย ทั้งนี้เพื่อการสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่พิเศษ ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในพื้นที่พิเศษผ่านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

นอกจากนั้น อพท. ยังมีความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว (Tourism Supply Chain) กล่าวคือ การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหรือ Supply เข้ากับตลาดการท่องเที่ยวหรือ Demand โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนออกสู่ตลาดการท่องเที่ยว อพท.ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่พิเศษ และหน่วยงานภายนอกพื้นที่พิเศษที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกำหนดกลยุทธ์การตลาดและการประชาสัมพันธ์ ทำการดึงเอาจุดแข็งหรือศักยภาพของพื้นที่ เช่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม กิจกรรมการท่องเที่ยว ของที่ระลึก มาพัฒนาให้มีความชัดเจนขึ้น หรือพัฒนาให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยกำหนดเป็นตำแหน่งทางการตลาด (Market Positioning) รวมถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) ที่จะทำให้การทำการตลาดและการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พิเศษเดินไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง อพท. ได้เชิญสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) มาร่วมคิดร่วมสร้างแบรนด์ Low Carbon Destination และแบรนด์มรดกพระร่วงในพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร 

สำหรับการทำประชาสัมพันธ์และการตลาดการท่องเที่ยวเพื่อการสร้างการรับรู้สู่นักท่องเที่ยวนั้น อพท. ให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีบทบาทหน้าที่และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าว ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งได้กำหนดขอบเขตความร่วมมือกับ อพท.ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ไปเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา รวมไปถึงสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) ซึ่งถือว่าเป็นสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นการรวมตัวของบริษัทที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่อยู่ในแขนงของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น Eco Tourism Responsible Tourism ซึ่งได้ดำเนินงานร่วมกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว 

“เหล่านี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า อพท. นำ Co-Creation มายึดเป็นแนวทางการทำงาน ซึ่ง Co-Creation ถือเป็น DNA ของคนทำงาน อพท. ที่ไม่ได้นำไปใช้เฉพาะการพัฒนาฝั่ง Supply เท่านั้น แต่ในฝั่งของ Demand อพท.ก็ได้นำ Co–Creation มาเป็นแนวทางในการส่งเสริมด้วยเช่นกัน”

โดยเป้าหมายของความสำเร็จดังกล่าวของ อพท. ในปี ๒๕๕๙ ภาพรวมทั้งหมดจะเป็นการวัดความสำเร็จการดำเนินงานจาก “ดัชนีความอยู่ดีมีสุข” จากองค์ประกอบหลัก ๖ องค์ประกอบได้แก่ ด้านการมีสุขภาวะ ด้านเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ด้านครอบครัวอบอุ่น ด้านการบริหารจัดการชุมชนที่ดี ด้านการมีสภาพแวดล้อมที่ดี และด้านการเป็นชุมชนประชาธิปไตยและมีธรรมาภิบาล อันจะเป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นความเป็นรูปธรรมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. โดยดำเนินการประเมินระดับความอยู่ดีมีสุขของประชาชนในพื้นที่พิเศษ ๖ พื้นที่ตามเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่พิเศษโดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างพื้นที่ละ ๔๐๐ คน ซึ่งกระจายครอบคลุมพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๒๐ แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๘,๐๐๐ ตัวอย่าง ซึ่งเป้าหมายในปี ๒๕๕๙ ประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ ๗๐ (จำนวน ๕,๖๐๐ คน) จะต้องผ่านเกณฑ์การวัดระดับความอยู่ดีมีสุขของ อพท.

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๙ เป็นต้นไป อพท. จะทำการศึกษาผลกระทบและมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจ ด้วยการค้นหาคำตอบว่าการท่องเที่ยวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไร มีผลกระทบในลักษณะใดต่อธุรกิจหรือชุมชนในพื้นที่พิเศษ เช่น รายได้ที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้รับจากการท่องเที่ยวนั้นเปลี่ยนเป็นรายได้ของคนในชุมชนอย่างไร และเท่าไร ใครคือผู้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวบ้าง การท่องเที่ยวทำให้เกิดการจ้างแรงงาน (Job Creation) อย่างไรและเป็นจำนวนเท่าใด เป็นต้น ซึ่งการศึกษาในประเด็นดังกล่าว จะทำให้ อพท. สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปกำหนดมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมในเรื่องของการจัดการรายได้จากการท่องเที่ยวให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของชุมชนผ่านการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ เพื่อให้พื้นที่พิเศษของ อพท. จะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป

.

Read 409 times
unwto link main01 ecotourism gstcouncil
lowcarbon creativetourism dastaarea1 dastaarea3
dastaarea4 dastaarea5 dastaarea6 dastaarea7

 

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 

๑๑๘/๑ อาคารทิปโก้ ชั้น ๓๑ ถนนพระราม ๖ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐

โทรศัพท์ : ๐ ๒๓๕๗ ๓๕๘๐-๗

โทรสาร : ๐ ๒๓๕๗ ๓๕๙๙ 

อีเมล : contact@dasta.or.th

Template Settings

Color

For each color, the params below will be given default values
Blue Dark_Blue Cyan Purple Green Tomato Yellow

Body

Background Color
Text Color

Spotlight10

Background Color

Footer

Note: Layout Contact-Us is applied only for menu Contact Us and menu About Us.
Select menu
Google Font
Body Font-size
Body Font-family
Direction